1.ทำประวัติเราให้ดี ก่อนที่จะกู้เงิน

ก่อนที่จะอนุมัติเงินกู้ให้กับใคร สถาบันการเงิน มักจะตรวจสอบเครดิตบูโรเพื่อเช็คประวัติ และ การชำระสินเชื่อต่างๆ ว่าเราจ่ายช้ามั้ย หรือว่ามีไม่จ่ายบ้างหรือเปล่า ถ้าชื่อเราขึ้นในเครดิตบูโรว่ามีการค้างชำระ บอกเลยว่าโอกาสที่สถาบันการเงินจะอนุมัติเงินกู้นั้นยาก เพราะแต่ละวันมีเคสเข้ามาขอเงินกู้กับสถาบันการเงินเป็นจำนวนมาก

2. เงินเดินบัญชีก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับการกู้เงิน

คำนวณจากเงินที่เข้าในบัญชีแต่ละเดือน ว่าควรจะกู้ในวงเงินเท่าไหร่ความสามารถในการผ่อนชำระเท่าไหร่ มิเช่นนั้นอาจจะลำบากในอนาคตได้

3.วางแผนการผ่อนชำระเงินให้ดี

สำหรับมนุษย์เงินเดือนไม่น่าจะมีปัญหาข้อนี้สักเท่าไหร่ เพราะยังไงก็มีเงินเดือนโอนเข้ามาทุกเดือนอยู่แล้ว แล้วถ้าจะให้ดีน่าจะมีเงินฝากวางนอนนิ่งไว้ในบัญชี อารมณ์ประมาณว่ามีเงินนิ่งอยู่แล้วประดับไว้ในบัญชี ไม่ใช่เงินเข้ามาออกหมด แบบนี้สถาบันการเงินก็เสียวอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าสำหรับเจ้าของกิจการ บจก. หจก. การเดินบัญชีถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่จะต้องเดินบัญชีให้สวยๆมีเงินเข้าอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน คนที่เดินบัญชีได้ดีมีเงินเข้าตลอด ก็มีโอกาสที่สถาบันการเงินจะอนุมัติเงินกู้ให้ก็สูงขึ้น เพราะสถาบันการเงินจะมองว่ามีลูกหนี้จำนวนมากพอที่จะนำเงินมาทยอยคืนเงินต้นและดอกเบี้ยได้

4. ผ่อนชำระ หรือ เป็นหนี้ด้านอื่นๆ ให้น้อยที่สุดก่อนไปขอกู้เงิน

ในระบบของเครดิตบูโรนั้น ก็จะขึ้นโชว์ทั้งหมดว่าปัจจุบันเราผ่อนชำระอะไรอยู่บ้าง แน่นอนว่าถ้าเราผ่อนสินค้าอื่นๆอยู่ สถาบันการเงินจะตรวจสอบเบื้องต้นว่าลูกค้าติดภาระอะไรบ้าง ดังนั้นก่อนไปกู้เงินต้องพยายามเคลียร์รายการผ่อนชำระอื่นให้หมดก่อน เพื่อที่จะได้ไม่กระทบวงเงินที่อนุมัติ

5. เตรียมเอกสารให้พร้อม

สิ่งที่มีปัญหากันมากที่สุดของคนไปขอเงินกู้กับทางสถาบันการเงิน ก็คือเอกสารไม่สมบูรณ์ หรือไม่ครบ ทางที่ดีที่สุด เราควรเดินเข้าไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน ว่าถ้าต้องการขอเงินกู้นั้นต้องใช้เอกสารอะไรบ้างแล้วจดมาเตรียมให้ครบ เพราะเวลาที่เรายื่นเข้าไปแล้วเอกสารไม่ครบ ก็จะยิ่งทำให้ขั้นตอนการอนุมัติต่างช้าๆหรืออาจจะถูกปฏิเสธออกมาเลยก็เป็นได้บอกได้เลยว่าถ้าถูกปฏิเสธแล้วรอบนึง การขอรอบต่อไปก็จะยิ่งทำได้ยากมากขึ้นด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here